จิตตะ เวลธ์ ฟอร์มดุ ปั้นยีลด์ Jitta Ranking ชนะตลาด พิสูจน์ฝีมือ AI

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด

จิตตะ เวลธ์ โชว์ผลตอบแทน Jitta Ranking 7 พอร์ต “หุ้นไทย-เวียดนาม-ญี่ปุ่น-จีน-สหรัฐ-เทคสหรัฐ-สุขภาพสหรัฐ” ใช้ AI บริหารกองทุนสร้างผลตอบแทนเหนือตลาด เดินหน้าลดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ-ค่าธรรมเนียมลง เอื้อนักลงทุนเข้าถึง “หุ้นดีราคาถูก”

วันที่ 15 กันยายน 2565 นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (บลจ.) สตาร์ตอัพสัญชาติไทยที่มีจำนวนกองทุนส่วนบุคคลภายใต้การบริหารมากที่สุดในประเทศ เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนในตลาดโลกรวมถึงประเทศไทย จากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับความท้าทาย แต่บริษัทยังเห็นความต้องการลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ที่บริษัทนำเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) มาคัดเลือกหุ้นดีราคาถูกให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนในหุ้นต่างประเทศแบบเน้นคุณค่า ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในหลายนโยบายการลงทุน

โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชีย เช่น เวียดนาม ที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับประมาณการเศษฐกิจเวียดนามขยายตัว 7% และสถาบันจัดอันดับ Moody’s ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือเวียดนามอีกด้วย

ซึ่งผลตอบแทนของแผนการลงทุนใน Jitta Ranking ในช่วงที่ผ่านมาสามารถพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้นักลงทุน ทำกำไรสูงชนะดัชนีตลาดในระยะยาวได้จริง

ส่วนแผน Jitta Ranking เวียดนาม ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 28.09% เทียบกับดัชนีผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นเวียดนาม (VNINDEXTR) ที่ 19.02%

นอกจากนี้ นโยบายลงทุนของ Jitta Ranking ในประเทศอื่นก็สามารถสร้างผลตอบแทนเหนือตลาดได้เช่นกัน โดย Jitta Ranking จีน ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 17.28% ต่อปี เทียบกับดัชนี CSI300 ที่ 10.06% และ Jitta Ranking หุ้นไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 17.19% ต่อปี เทียบกับดัชนีผลตอบแทนรวมตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) ที่ 8.29%

itta Ranking

แม้กระทั่งแผนลงทุนที่บริษัทเพิ่งเปิดตัวไปอย่างหุ้นบริการสุขภาพสหรัฐ หรือ Jitta Ranking US Healthcare ให้ผลตอบแทน 23.82% เทียบกับ S&P Health Care Index TR ที่ 16.57% และแผนล่าสุดอย่าง Jitta Ranking ญี่ปุ่นที่ให้ผลตอบแทนถึง 26.12% เทียบกับดัชนี Topix ที่ 13.01%

ทั้งนี้ จิตตะ เวลธ์ ให้บริการกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ด้วยการนำ อัลกอริทึมของ AI มาวิเคราะห์จัดอันดับจากหุ้นในประเทศนั้น ๆ ราว 5-30 ตัว เพื่อเฟ้นหา “หุ้นดีราคาถูก น่าลงทุน” มาจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ตามหลักการลงทุนเน้นคุณค่าของ Warren Buffett นักลงทุนระดับโลก

Advertisement

โดยจะดูจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.คุณภาพของธุรกิจ 2.มูลค่าที่เหมาะสม และ 3.โอกาสเติบโตสร้างกำไรของธุรกิจ และจะมีการปรับพอร์ตอย่างเป็นระบบทุก ๆ 3 เดือน เพื่อผลตอบแทนชนะดัชนีตลาดในระยะยาว

ส่วนการใช้เทคโนโลยี AI มาบริหารกองทุนส่วนบุคคลจะช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนหุ้นต่างประเทศที่มีคุณภาพได้ ด้วยวงเงินลงทุนขั้นต่ำที่ไม่สูงมาก และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ากองทุนส่วนบุคคลที่มีในตลาดได้ โดยที่นักลงทุนไม่ต้องใช้เวลาศึกษาหรือติดตามความเคลื่อนไหวของหุ้นในประเทศนั้นๆ ด้วยตัวเอง

ปัจจุบันกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking มีนโยบายลงทุนให้นักลงทุนได้เลือก ทั้งหมด 7 นโยบายด้วยกัน ประกอบด้วย 1.หุ้นไทย 2.หุ้นเวียดนาม 3.หุ้นญี่ปุ่น 4.หุ้นจีน 5.หุ้นสหรัฐ 6.หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ และ 7.หุ้นสุขภาพสหรัฐ

“โจทย์ของนักลงทุนในเวลานี้คือการมองหาโอกาสลงทุนในต่างประเทศ แต่ไม่มีความรู้ และเวลามากพอที่จะไปศึกษาหุ้นในประเทศเหล่านั้น”

“แต่ Jitta Wealth มีเทคโนโลยีและหลักการลงทุนที่จะมาช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนหุ้นต่างประเทศ ได้โดยที่ไม่ต้องทำความรู้จักหรือมีเวลาติดตามหุ้นเหล่านั้นเอง เพราะเราเชื่อมั่นว่า หลักการลงทุนที่ดีจะช่วยบริหารจัดการความมั่งคั่ง ให้นักลงทุนรายย่อยจัดสรรเงิน ลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างเหมาะสมกับตัวเอง และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่ำได้”

“เพื่อให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี อย่างยั่งยืนและมีเวลาไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้เต็มที่ ซึ่งผลตอบแทนที่ผ่านมา ก็สามารถพิสูจน์ว่าทำได้จริง”

ปรับลดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ จาก 1 ล้าน เป็น 5 แสนบาท

ล่าสุดบริษัทได้ปรับลดวงเงินลงทุนขั้นต่ำของ Jitta Ranking ทุกนโยบายลงมาจาก 1,000,000 บาทมาเริ่มต้นที่ 500,000 บาท ตามพันธกิจที่บริษัทพยายามปรับลดวงเงินเพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงโอกาสการลงทุนหุ้นคุณค่าได้อย่างง่ายดาย ทั้งหุ้นในประเทศและต่างประเทศ

ซึ่งวงเงินลงทุนที่เหมาะสมจะมีนัยต่อการลงทุนและสร้างผลตอบแทนที่ดีได้จริง ขณะเดียวกันยังปรับลดเงินเพิ่มทุนจาก 100,000 บาทต่อครั้งเป็น 50,000 บาทต่อครั้ง พร้อมปรับค่าธรรมเนียมการโอนเงินจาก 1,000 บาทต่อครั้งเป็น 500 บาทต่อครั้ง ให้สอดคล้องกับวงเงินที่ลดลงไปอีกด้วย

“เราเดินหน้าปรับลดวงเงินลงทุนขั้นต่ำใน Jitta Ranking อย่างต่อเนื่อง จากช่วงเริ่มต้นการลงทุน นักลงทุนต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 3,000,000 บาท เราก็ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1 ล้านบาท และล่าสุด เราลดลงมาเหลือ 5 แสนบาท รองรับความต้องการลงทุนจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นในหลักการลงทุนของ Jitta Ranking ที่ให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ตหุ้นเน้นคุณค่า ไม่ใช่เพียง Jitta Ranking เท่านั้น”

“ก่อนหน้านี้บริษัทได้ปรับลดวงเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับแผนลงทุน Global ETF และ Thematic มาเหลือ 50,000 บาทแล้ว และแน่นอนว่าเราไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เราจะยังคงเดินหน้าปรับลดวงเงินเพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนแบบคุณค่าได้ง่ายขึ้นอีกอย่างแน่นอน”

นายตราวุทธิ์กล่าวอีกว่า การปรับลดวงเงินลงทุนขั้นต่ำลง ไม่ได้ส่งผลกระทบกับโอกาสในการสร้างผลตอบแทน โดยผลตอบแทนย้อนหลัง จากการจำลอง Back Test ที่ได้ปรับลดวงเงินเริ่มต้นมาอยู่ที่ 500,000 บาทแล้วนั้นจะพบว่าผลตอบแทนที่ได้แทบไม่แตกต่างกัน และส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเช่น Jitta Ranking เวียดนามที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 31.92% หุ้นไทย 17.50% หุ้นสหรัฐ อยู่ที่ 16.15% หุ้นสุขภาพสหรัฐ อยู่ที่ 23.86%

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth นโยบายการลงทุน Jitta Ranking ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด สามารถดูข้อมูลได้ที่ https://jitta.co/3RDYxxY หรือปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนได้ที่ LINE @JittaWealth

อนึ่ง Jitta ก่อตั้งเป็นสตาร์ตอัพ WealthTech ในเดือนมีนาคม 2555 ด้วยพันธกิจคือ Help investors create better returns through simple investment methods (ช่วยนักลงทุนสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า ด้วยวิธีการที่ง่ายกว่าเดิม) เริ่มจากการพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นพื้นฐานดี จากงบการเงินย้อนหลัง 10 ปี เพื่อทำให้ นักลงทุนทั่วโลก เฟ้นหา “หุ้นดีราคาเหมาะสม” ที่นำไปใช้ได้จริง โดยไม่ต้องศึกษา และวิเคราะห์งบการเงินด้วยตัวเอง ปัจจุบันแพลตฟอร์ม Jitta ครอบคลุมการวิเคราะห์หุ้น 26 ประเทศ สแกนหุ้นมากกว่า 34,000 บริษัท และใช้งานได้ทุกฟีเจอร์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่วน Jitta Wealth เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่บริหารกองทุนส่วนบุคคลมากที่สุดในไทย ด้วยจำนวน 63,000 บัญชี และมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการประมาณ 15,000 ล้านบาท ณ เดือนมิถุนายน 2565

โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Jitta ก่อตั้งในเดือนสิงหาคม 2561 ต่อยอดองค์กรมาเพื่อทำ ธุรกิจบริหารกองทุนส่วนบุคคล โดยพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และเทคโนโลยีลงทุนอัตโนมัติ จึงเป็นสตาร์ตอัพ WealthTech สัญชาติไทยรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)

ปัจจุบัน Jitta Wealth มี 3 นโยบายลงทุนผ่านหุ้นและ ETF ได้แก่ 1.นโยบาย Global ETF 2.นโยบาย Thematic และ 3.นโยบาย Jitta Ranking โดยใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ คุณภาพสินทรัพย์ และบริหารพอร์ตลงทุนอย่างมีวินัย เพื่อการลงทุนระยะยาว