ความกังวลของคนไทย

ความกังวล
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ดิษนีย์ นาคเจริญ

ชัดเจนว่าธุรกิจต่าง ๆ เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลายลงไปมาก แต่ “กำลังซื้อ” ของผู้บริโภคในประเทศยังน่าเป็นห่วง และน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจต่าง ๆ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะเมื่อข้าวของแพงขึ้น แต่เงินเดือนไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายย่อมต้องเข้าสู่โหมด “ประหยัด” และระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น

สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค ในงาน LINE THAILAND BUSINESS 2022 โดย “กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย” ที่เปิดเผยเกี่ยวกับการใช้ชีวิตการเสพสื่อออนไลน์ และการใช้เงินว่า คนไทยในปัจจุบันที่ใช้ชีวิตผ่านวิกฤตโควิด-19 มาจนถึงวันนี้ หลายคนมีความกังวลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ กังวลเรื่องรายได้ และอนาคตที่มืดมนเกี่ยวกับการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพ และไม่ค่อยมีความสุขเหมือนในอดีต

ขณะเดียวกัน แต่ละคนยังใช้เวลากับสื่อออนไลน์ ด้วยกาดูวิดีโอสั้นเป็นส่วนมาก แต่ก็ยังให้เวลากับสิ่งที่สนใจในรูปแบบวิดีโอยาวด้วย ทั้งพบด้วยว่ายังมีความกล้าเสี่ยงในเรื่องการใช้เงินจับจ่ายใช้สอย และยินดีซื้อของที่ราคาไม่แพงระดับหลักร้อยบาท ด้วยการซื้อขายในรูปแบบ C2C เพราะชอบพูดคุยกับคนมากกว่าซื้อสินค้าผ่าน “หน้าจอ” หรือ “บอต” แต่กับสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นจะเลือกซื้อกับแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้มากกว่า

“ปัทมวรรณ สถาพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า แบรนด์ หรือนักการตลาดจำเป็นต้องเข้าใจความต้องการและความรู้สึกของผู้บริโภค เพื่อนำเสนอสินค้าบริการที่ช่วยแก้ปัญหา รวมถึงสร้างช่องทางและประสบการณ์การสื่อสารที่ตรงใจ

สิ่งสำคัญที่สุด 3 อย่างที่ธุรกิจต้องทำ เพื่อครองใจผู้บริโภคในปัจจุบันคือ 1.Think Consumer ทำความรู้จักและเข้าใจลูกค้าอย่างถ่องแท้ ถึงรายละเอียดและปัจจัยความต้องการ ความรู้สึกต่างๆ ของลูกค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์หาวิธี และรูปแบบการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงใจ ตรงความต้องการ โดยอาศัยเทคโนโลยีมาช่วย

2.Quick&Convenience Wins ความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย เป็นสิ่งสำคัญ สินค้าและบริการต้องอยู่ถูกที่ถูกเวลา เพื่อให้ลูกค้าเห็นและเลือกซื้อเลือกใช้ได้อย่างง่ายดายที่สุด

และ 3.Data is Friend, not Foe “ดาต้า” ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หรือห่างไกล แต่คือตัวช่วยสำคัญ แบรนด์จึงควรให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลที่เหมาะสม และนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

“ชินตา ศรีจินตอังกูร” Country Leader บริษัท นีลเส็น ไอคิว ประเทศไทย เสริมว่า คนไทยส่วนมากยังมีความกังวลทางการเงิน ระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย และมีวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนมาช็อปออนไลน์มากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หันมาซื้อสินค้ายกแพ็ก หรือสินค้าที่เน้นความคุ้มค่า รวมไปถึงการจำกัดงบประมาณในการซื้อของแต่ละครั้ง และเลือกซื้อสินค้าในช่วงโปรโมชั่นเท่านั้น

“ธุรกิจ หรือแบรนด์ต้องตระหนักและสนใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เพื่อมองหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์ของช่องทางออนไลน์ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ FMCG ที่ยอดขายทางออนไลน์โต 40-50% การปรับโครงสร้างชนิดและราคาสินค้าให้มีสินค้าหลายขนาด หลายราคา จับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป ทั้งกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อราคาสูง หรือกลุ่มที่ไม่อ่อนไหวต่อราคา และยินดีจ่ายสำหรับสินค้าที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟ”

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังเป็นสถานการณ์ที่ธุรกิจต่าง ๆ ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีเรื่องน่ากังวลอีกไม่ใช่น้อย ไม่่ว่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป การยกเลิกมาตรการซีโร่โควิดของจีน การเพิ่มขึ้นของต้นทุน ค่าจ้าง และราคาสินค้า ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจและธุรกิจไทยด้วยอย่างแน่นอน

Advertisement

ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจึงต้องอัพเดทสถานการณ์ตั้งรับ และปรับตัวให้ทัน โดยไม่ลืมที่จะมองหาโอกาสใหม่ ท่ามกลางสารพัดปัจจัยลบ