เลย์ออฟ 11,000 คน เกิดอะไรขึ้นกับ Meta (เฟซบุ๊ก)

Meta
คอลัมน์ : Pawoot.com
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ปีนี้เป็นปีที่ยักษ์โซเชียลมีเดียโลก “เฟซบุ๊ก” หุ้นตกลงไปกว่า 70% ทำให้มูลค่าของ “เฟซบุ๊ก” ในตลาดน้อยกว่ามูลค่าของ TikTok แพลตฟอร์มคู่แข่งที่กำลังมาแรงสุด ๆ และปีนี้เป็นปีที่เฟซบุ๊กจะมีการปลดพนักงาน ว่ากันว่าน่าจะมากถึง 11,000 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 13% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ซึ่งผมว่าเป็นจำนวนมหาศาลอย่างมาก

การปลดพนักงานส่วนใหญ่ตำแหน่งที่น่าจะปลดคงจะเป็นการลีนคน เพราะในองค์กรก็มีบางทีมหรือบางหน่วยงานที่มีจำนวนคนมากเกินไป และหน่วยงานที่น่าจะโดนเป็นลำดับแรก ๆ ก็คือ พวกโอเปอเรชั่น แต่กลุ่มเซลส์ที่ดูแลการขาย ผมคิดว่าไม่น่าจะโดน เพราะคงต้องเก็บไว้เพื่อเพิ่มยอดขาย โดยส่วนตัวผมว่าน่าจะเป็นในฝั่งพวกเอ็นจิเนียร์ โปรแกรมเมอร์ หรือพวกที่อยู่ข้างหลังที่น่าจะมีการหลุดออกไปบ้าง เพราะพวกนี้เป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่น ๆ

การประกาศของ Meta หรือเฟซบุ๊กในครั้งนี้ ทำให้ราคาหุ้นขึ้นมา 4% เพราะตอนนี้ตัว Metaverse ที่เฟซบุ๊กให้ความสำคัญมาก ๆ ก็ยังเป็นเรื่องที่ใหม่มาก

ในปีหนึ่ง ๆ เขาลงทุนไปเยอะมาก อย่างในปีนี้ลงทุนไปถึง 9.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.57 แสนล้านบาท) แล้วปีหน้าจะลงทุนมากขนาดนี้อีกหรือไม่ ขณะที่ปีนี้รายได้ในไตรมาสแรกของเฟซบุ๊กอยู่ที่ 20.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าโตช้าลงแล้ว

ผมไปแอบดูรายได้ของเฟซบุ๊กเมื่อเปรียบเทียบไตรมาส 3 อยู่ที่ประมาณ 27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เมื่อ 2 ปีที่แล้วมีรายได้ประมาณ 29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้ตกลงไป 4% แต่ค่าใช้จ่ายเติบโตขึ้นประมาณ 19% ดูแล้วทุกอย่างตกลงหมดเลย

การที่ “เฟซบุ๊ก” จะมีการเลย์ออฟถึง 11,000 คน จะเป็น the begining of an end ไหม ผมมองว่าถ้า Metaverse เอาไม่ขึ้น ซึ่งก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ต้องใช้เวลาในการขยายเข้าไปในตลาด

เพราะหนึ่ง ต้องมีฮาร์ดแวร์ ต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ และราคายังแพงอีก สองเรื่องของซอฟต์แวร์ในฝั่ง Metaverse ก็มีน้อย developer ก็มีไม่มากเท่าไหร่ สิ่งที่ตามกลับมาคือเรื่องของคนที่จะเข้าใจหรือเข้าไปใช้ก็จะมีน้อย ตรงนี้บอกได้เลยว่ามาร์เก็ตไซซ์ของ Metaverse เล็กมากเลยทีเดียว

“เฟซบุ๊ก” เองมีรายได้หลักมาจากฝั่งการทำโฆษณา และการทำบริการใหม่ ๆ แต่สังเกตว่าตอนนี้เฟซบุ๊กไม่ได้มีบริการใหม่ ๆ ออกมาเลย และถึงแม้ตอนนี้จะมี TikTok เป็นคู่แข่ง แต่เฟซบุ๊กก็จะยังไม่ถูกฆ่า ยังไม่หายไป เพราะเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มของคนชอบอ่านข้อมูลต่าง ๆ ที่แตกต่างกับ TikTok ที่เป็นแพลตฟอร์มของคนชอบดูชอบฟัง

“เฟซบุ๊ก” จึงยังจะมีฐานคนกลุ่มเดิมที่ชอบอ่าน ชอบข้อมูลเชิงลึก เป็นกลุ่มที่เฟซบุ๊กยังน่าจับไว้ได้อยู่

ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กเจอปัญหาหลายอย่างมาก ทั้งเรื่องปัญหาจากการที่ไร้คนช่วยบริหารการตลาด ทำให้ไม่มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ออกมาเลย คู่แข่งทั้ง TikTok และ Twitter ของ “อีลอน มัสก์” อนาคตที่ลงทุนไปแล้วกับ Metaverse และโดยเฉพาะเรื่องของประเทศต่าง ๆ ที่ไม่สนับสนุนเฟซบุ๊ก เพราะเป็นตัวที่ก่อให้เป็นปัญหาทางการเมืองอย่างในอเมริกาที่ผ่านมา เป็นต้น

Advertisement

ในช่วงปีหลัง ๆ เฟซบุ๊กมักโดนถูกโจมตีเกี่ยวกับเรื่องของข้อมูลรั่วไหล ฯลฯ น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” อยากออกจากโซเชียลมีเดียแล้วไปสร้างเกาะใหม่ สถานที่แห่งใหม่ที่จะเป็นผู้นำทำก่อน โอกาสใหม่ที่อยากจะไป นั่นคือ เมตาเวิร์ส แต่ผมก็เชื่อว่าเรื่องนี้มันเร็วไปนิดหนึ่ง